Wednesday, August 15, 2007

หลังรอยยิ้มใต้หลังคา

มีอะไรในโลกนี้อีกมากมายที่หาคำตอบไม่ได้และหลายครั้งก็ไม่คิดที่จะหามัน ปล่อยให้มันเป็นปริศนาไป เวลาผ่านไปคนรุ่นหลังๆก็จะเจอปริศนาเดิมๆให้ได้คบและได้คิดมัน



ผู้หญิงที่มีเชื้อสายอิตาลีโดยกำเนิดเกิดจากฝีแปรงของ ดาวินชี ที่ตอนนี้พำนักพักพิงอยู่ที่ปารีส ฝรั่งเศส เรากำลังเอ่ยถึงผู้หญิงที่มีรอยยิ้มที่มาพร้อมกับเครื่องหมายคำถาม และหลายคนอยากรู้คำตอบ แม้กระทั่งตัว ดาวินชี เองยังไม่คิดมาก่อนว่ารอยยิ้มสีน้ำมันที่ตัวเองสร้างสรรค์ขึ้นมาจะมีคนสนใจมากกว่าหลายร้อยภาพที่ตัวเองวาดขึ้น



ตอนแรกไม่คิดว่าจะต้องมาอัพบล๊อคเกี่ยวกับหญิงสาวในชุดดำชาวอีตาลีตอนนี้คงได้เชื้อสายฝรั่งเศสไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพราะอยู่มานาน เกิดแรงบันดาลใจจากการมองสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่กำลังเติบโตด้วยน้ำมือมนุษย์อยู่ใจกลางเมือง ตอนนี้ใครผ่านไปผ่านมาแถวสยาม มาบุญครอง จุฬา มีตึกที่กำลังจะเป็นตึกอยู่ในไม่ช้า ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางสี่แยกปทุมวัน มองมุมไหนก็จะเห็น อาคารรอคนเข้าไปใช้งานนั้นมันไม่ได้เป็นห้างสรรพสินค้าเหมือนอาคารเพื่อนๆในละแวกนั้น แต่อาคารนี้สร้างเพื่อศิลปะไม่ใช่พาณิชย์



การรออนุมัติการสร้างอาคารแห่งนี้ ต้องใช้หลายรัฐบาลเพราะผู้ใหญ่บางกลุ่มไม่เห็นชอบ จวบจนถึงยุคของผู้ว่าที่ชอบชิมไปบ่นไปก็แล้วยังไม่อนุมัติ แต่ท้ายที่สุดผืนผ้าใบที่เลอะสีก็ได้มีที่อยู่ในยุคของผู้ว่าพรรคที่รอดการโดนยุบมาอย่างหวุดหวิด



มีหลายคนเคยบอกไว้ว่าประเทศที่เจริญแล้วหรือไม่เจริญให้วัดกันที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ที่บ้านเราเรียกกันว่าหอศิลป์ จำนวนยิ่งเยอะเท่าไรจิตใจมันจะช่วยกล่อมเกลาให้มนุษย์มีความเป็นมนุษย์และมีความแตกต่างกว่าสัตว์สังคมทั่วๆไป



หลายๆครั้งที่ประเทศไทยจัดนำเข้าทีมฟุตบอลดังๆระดับยุโรปมาเหยียบราชมังคลา และมาแวะกินหมูปิ้งที่หัวหมาก หรือ LINKIN PARK ยังเคยมาขี้ใส่โถที่อิมแพค เมืองทองธานีได้ และทำไม เจ๊โมนาลิซาจะมานั่งสะแยะยิ้มกลางสี่แยกปทุมวันให้เด็กสยามดูไม่ได้



หลังจากเกิดคำถามกับปูนซีเมนต์ขนาดยักษ์ตรงหน้าที่ตั้งบนทำเลทอง มันตอบมาเบาๆให้รอคอยต่อไป เพราะด้วยเหตุผลหลายๆประการ ตอนนี้ โมนาลิซา เหมือนโดนคุมขังไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน อยู่ในหลังคากระจกที่ฝังตัวเองอยู่ใต๊ดิน หรือ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์( Louvre Museum) สถานที่ที่อยู่อย่างถาวรของรอยยิ้มปริศนา โมนาลิซาไม่แตกต่างอะไรกับอองซานซูจี ความอิสระของรอยยิ้มอยู่ในที่จำกัด โมนาลิซาเธอเป็นบุคคลสำคัญรัฐบาลฝรั่งเศษดูแลรักษาอย่างดี ในตู้กระจกปรับอากาศกันกระสุน มันเป็นอีกเหตุปัจจัยที่การเดินทางไปไหนของโมนาลิซานั้นลำบากยิ่ง



ความเป็นศิลปะก็หนี้ไม่พ้นความเป็นพาณิชย์หรือหลายคนเรียกว่าพาณิชย์ศิลป์ การที่ลูฟร์มีโมนาลิซา THE NATIONAL GALLERY ที่ลอนดอน มี SUNFLOWERS ของแวงก๊อก วัดล่องขุ่นมีภาพของอาจารย์เฉลิมชัย รายได้ที่มาพร้อมกับความงามทำให้เศษฐกิจมันเฟื่องฟู และสิ่งสำคัญผืนผ้าใบเปื้อนสีมีคุณค่าเพิ่มตามกาลเวลา และยิ่งเพิ่มคุณค่าขึ้นทุกที การเคลื่อนย้ายงานศิลปะระดับโลกเป็นไปได้ยาก ใครอยากจะเห็นต้องไปตามหาและดูให้ถึงที่นั้นๆ





การรอคอยหอศิลป์ขนาดใหญ่ในประเทศไทยใกล้จบลง



แต่ต้องรอลุ้นว่าซักวันหนึ่งหอศิลป์ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ในนั้นจะมีรอยยิ้มปริศนาของสาวอิตาลี มานั่งมองเด็กแนว เด็กสยาม ของเราดูบ้าง

ตอนนี้เราเริ่มอยากจะรู้แล้วสิว่า เจ๊โมนาลิซ่าหลังรอยยิ้มของเจ๊แกคิดอะไรอยู่ ?







7 comments:

Anonymous said...

เขียนได้ แจ่ม จริงพี่..ผมดูรูปโมนาลิซา หลายทีนะ สิ่งที่ผมคิดแว๊บแรกเลย คือ เจ๊แกเกิดมาผิดยุคไปหน่อย ถ้าเจ็เค้าเกิดปัจจุบัน เค้าคงเป็น พริ๊ตตี้ที่มีงานมากที่สุดในโลกไปแล้วหล่ะ ^^
ปล. ผมโอนะพี่ โอ-จ๊อย หน่ะ ผ่านมาลงชื่อ ^^

Anonymous said...

เขียนได้ดีนะ ทุกครั้งที่เห็น รูปของโมนาลิซา มีความรู้สึกว่าเค้าเก็บความคิดอะไรไว้ข้างใน...
ฝรั่งเศส ไม่ใช่เหรอคะ

Anonymous said...

ไม่เคยได้ศึกษาถึงภาพโมนาลิซ่าเลย
ได้เเต่เห็นผ่านๆเเค่รู้เผินๆ อ่านที่สารพัดอิงเขียนเเล้ว
เราอดคิดไม่ได้ว่า ภาพบางภาพมันสามารถทำให้เกิดเรื่องราวที่ทำให้คน คิดวิเคราะห์กันไปต่างๆนานาได้เหมือนกันเเล้วก็เป็นมายาวนานจากที่เกิดภาพนั้นมาจนบัดนี้....เราไม่ได้จะสื่ออะไรก็ตามนั้น


นโปเลียน

Anonymous said...

ไม่เคยปลาบปลื้ม หรือตกหลุมรักรอยยิ้มของโมนาลิซา



ผมเพียงแต่ตกตะลึงกับคนเป็นล้านๆ ที่ห้อมล้อมดูผืนผ้าที่เต็มไปด้วยสี รูปนี้ ด้วยความปลาบปลื้ม




บางทีศิลปะกับผมอาจจะทะเลาะกันอยู่ก็เป็นได้

Anonymous said...

เวลามองภาพผู้หญิงคนนี้
รู้สึกว่า.. เธอมองฉันทุกครั้งเวลาขยับตัวไปไหน
สายตาที่ส่งมาทำเอาใจหายไปเหมือนกัน

Anonymous said...

คอมเม้นท์ ที่ 6

เราเริ่มไม่แน่ใจว่า

รอหอศิลป์สร้างเสร็จ

หรือว่า..

รอสารพัดอิงมาอัพบล๊อก

อันไหนจะนานกว่ากัน

5555 ...


---ขี้เกียจบอก----

Anonymous said...

มี blog ไว้ทำไร เปลืองพื้นที่เค้า หาไรใหม่ ๆ มาใส่มั่ง