Monday, April 16, 2007

สวัสดีปี๋ใหม่เมือง

1ปี กับ อีก 4 เดือน ที่ห่างหาย กลับการเดินทางขึ้นเหนือ ครั้งล่าสุดก็เมือปีใหม่ครั้งก่อน ครั้งนี้ไม่มีอะไรมาเล่า ให้ภาพเล่าแทนเสียง แทนตัวหนังสือละกัน เราเชื่อว่าคงมีอีกหลายบล๊อกที่เขียนถึงเชียงใหม่ในช่วงสงกรานต์ ลองเอาภาพเราไปผสมกับของบล๊อกอื่นเพื่อจะได้เติ่มเต็มในมุมมองที่ต่างออกไป















ดาวที่เชียงใหม่













Good Luck + Lucky = 100B.











เขียนชื่อบนดาว












ปลด (ปล่อย) ทุกข์













ลอย (ท่า) แพ



























นกแก้วไม่ใช่นกแล














ตำรวจ (ท่องเที่ยว) ต่างชาติ












ติดขอบ ติดคู







สาวเจ้า













รำ(ไม่) เอียง











งานนี้มีร่ม














หลายตุง














เจียวทรงเครื่อง












นกแลไม่ใช่นกแก้ว











ลีลานกแล
















ร้านทำผม(สวย) นิมมานเหมินทร์ ซอย 1















ทองดี ห้องศิลป์ นิมมานเหมินทร์ ซอย 1














สุริยัน จันทรา นิมมานเหมินทร์ ซอย 1

















คืน (ที่16) สู่สภาพ

Tuesday, April 10, 2007

ความสุขชนิดเปียก


ปฎิทินบอกเดือนเมษา ตัวเลขเข้าเลขสองหลัก ตัวเลขเริ่มเปลี่ยนสีแปลงร่างกลายเป็นสีแดงติดกันยาวเหมือนเป็นโรคติดต่อ มีภาษากำกับบอกไว้ว่าตัวเลขเป็นโรค "วันสงกรานต์" หลายคนคงรอวันนี้รวมถึง "ลุงคำจัน "


ลุงคำจันรู้จักทางในกรุงเทพดีกว่าหลายคนที่เกิดที่นี้ ลุงคำจันเป็นคนเชียงรายเข้ามาทำงานในกรุงเทพสมัยตั้งแต่วัยรุ่น เข้ามาแรกๆไม่คุ้นที่จะไปทำงานในโรงงาน ลุงเล่าให้เราฟังด้วยสำเนียงเหนือว่า "ส่วนใหญ่ สาวๆแถวบ้านเข้ามาในกรุงเทพก็เข้ามาเป็นสาวโรงงาน มีตั้งแต่โรงงานทอผ้า โรงงานอาหารกระป๋อง เยอะแยะนี้ยังไม่รวมไอ้พวกมาขายตัวแบบที่บ้านไม่รู้อีกนะ สาวๆสวยๆทั้งนั้น ที่ลุงเห็นนะ ตอนนั้นลุงก็วัยรุ่น ลุงก็ไม่รู้จะทำอะไร แต่ลุงก็ไม่คิดจะขายตัวเหมือนพวกสาวๆนั้นหรอก ช่วงนั้นลุงขับรถเป็นเลยมาขับแท็กซี่มิเตอร์ เป็นความรู้เดียวที่ลุงมี " ลุงเล่าแบบไม่มองทาง ในตาลุงกำลังมองอดีต

"ลุงไม่ค่อยได้กลับบ้านหรอก กลับแต่ละทีค่าใช้จ่ายมันสูง ไหนจะค่าน้ำมัน ค่าของฝาก มันต้องมีนะ ลุงกลับบ้านแต่ละทีนะ ของฝากเพียบแวะไอ้โลตัสก่อนถึงเชียงใหม่อ่ะ ไหนจะลูก ไหนจะเมีย มันต้องเก็บตัง กลับบ่อยไม่ได้มันเสียเวลาหาเงิน เนี้ยช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ทุกปีลุงได้วันตั้ง สอง สามพัน แต่ปีที่ผ่านมาเงียบเป็นเป่าสากเลย ใครดันไปวางระเบิด คนเงียบไปเป็นเดือนเลย เนี้ยไม่ได้กลับบ้านมา 2 ปีละ แต่ว่าจะกลับช่วงสงกรานต์นี้แหละ เด็กๆมันรอ" ลุงเล่าพร้อมรอยยิ้ม


"แล้วลุงกลับวันไหนคับ" เราถามเพราะเริ่มอยากรู้ชีวิตลุง




"กลับวันนี้แหละ ส่งเสร็จก็จะเลยกลับบ้านเลย " วันนี้เป็นวันที่ลุงส่งตัวเองกลับบ้านจิงๆ เพราะทุกทีลุงส่งแต่คนอื่น เราพยายามมองหาอุปกรณ์กลับบ้าน เห็นแต่เพียง ถุงพลาสติกหลังเบาะที่ลุงนั่ง ภายในมองด้วยตาเปล่าระยะประชิด ภายในบรรจุ ปืนฉีดน้ำจำนวน 6 กระบอก ใส่ซองอย่างดีพร้อมใช้งาน





















"ลุงทำไมซื้อปืนฉีดน้ำเยอะยังงี้อ่ะ ลุงซื้อไปขายเหรอ?" เราถามพร้อมรอยยิ้ม


"ไม่ใช่ ลุงซื้อไปให้พวกเด็กๆมัน พอดีวันนั้นไปสำเพ็ง แม่ค้าเค้ารุ้จักกันไปส่งเค้าบ่อย เค้าขายปืนฉีดน้ำด้วย ลุงเห็นว่าจะกลับบ้านเลยซื้อมา ตอนแรกกะว่าจะซื้อแค่ 4 กระบอก แต่เจ๊แกให้มาอีก 2 ไอ้กระบอกเล็กๆๆ อุลตร้าแมนอ่ะ 55555 "ลุงหัวเราะสำลักความสุข เราก็อดหัวเราะตามลุงไม่ได้ ลุงเอื้อมมือไปหมุนเบาเสียงที่ออกมาจากลำโพง ให้เหมาะกับบรรยากาศในการพูดคุย



"ตอนแรกลุงก็เลือกตั้งนาน ไม่รู้จะซื้ออันไหน ไอ้เราก็แก่แล้ว ไม่เคยเล่นอันไหนมันดี มันสนุก เห็นไอ้ที่เป็นกระดองเต่าสีเขียวๆอ่ะ มันแปลกดี 5555 ตอนลุงเด็กๆไม่มีเล่นแบบนี้หรอก ที่มีก็กระบอกเล็ก กว่าจะได้มาก็ต้องไปหมุนไข่เสียงโชค กว่าจะได้ เสียไปหลายตัง เคยเห็นไหมไอ้ที่หมุนไข่? "ลุงมองกระจกหลังทวงถามคำตอบ เราพยักหน้ารับคำตอบเป็นพิธี



"เดี่ยวนี้ไม่มีแล้วมั่ง หมุนจนเมื่อยกว่าจะได้ปืนฉีดน้ำมา ปืนก็กระบอกมันเล็ก ขี้เกียจเติมน้ำ มันไม่จุน้ำ ออกไปเล่นก็สุ้เค้าไม่ค่อยได้หรอก เค้าใช้ขันไงบางทีมาเป็นกะละมังเลย 55555 สงกรานต์บ้านนอกสนุก ลุงเห็นในกรุงเทพเล่นกันนะ ไม่ได้เรื่อง แต่ช่วงหลังๆลุงกลับไปช่วงสงกรานต์ก็ไม่ได้เล่นน้ำละ กลับไปก็นั้งกินเหล้ากันทั้งวัน5วัน 5คืน ญาติใครต่อญาติใครไม่รู้กลับมาเจอกันที หิ้วของกินกันมา บ้านใครมีอะไรก็มารวมๆกัน บางครั้งล้มวัว ล้มควาย เลยก็มี "ถึงตอนนี้ลุงเล่าไม่มองทางอีกครั้ง แต่มองอนาคตในช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง




"แล้วลุงเลยกลับบ้านออกทางรังสิตเลยป่ะคับ" เราถามย้ำเพื่อต่อบทสนทนา



"เดียวก็ออกทางรังสิตนี้แหละ รีบกลับก่อนรถมันจะติดไง นี้มันเพิ่งวันที่ 10 คนยังเพิ่งออกตะกี้ก็เพิ่งไปส่งคนที่หมอชิตเริ่มทยอยๆกลับล่ะ เลี้ยวตรงไหนบอกด้วยนะ ไม่บอกเดี่ยวคุยๆไป ดูอีกทีก็ถึงเชียงรายเลย 5555" ลุงอารมณ์ดี



"นี้ลุงกว่าจะถึงคงเกือบเช้า"


"ก็น่าจะไม่เกินตี 4 ขับเรื่อยๆรถยังไม่เยอะ"ลุงเริ่มมองทางเพราะคงไม่อยากพาชายแปลกหน้ากลับบ้านด้วย







-------------------------------------------------------ความเงียบกำลังทำงาน

ความคิดถึงกำลังเดินทาง------------------------------------------------------







เราอยากจะถึงบ้านเร็วๆ เหมือนกันนั้นหมายถึงการเดินทางกลับบ้านของลุงก็จะเริ่มต้นขึ้น ลุงคำจันในเสื้อสีฟ้าในเครื่องแบบ พร้อมด้วยถุงพลาสติกใบใหญ่บรรจุความสุขชนิดเปียกของเด็กอีก 6 คน พรุ่งนี้เช้ากลุ่มคนที่เชียงรายจะมีความสุขเกิดขึ้นอีกหนึ่งมวลสาร และอีกไม่กี่วัน การเดินทางกลับบ้านครั้งใหญ่ของคนที่ขายแรง ขายใจ ในเมืองที่ไม่มีดาวทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ละคนหอบเอาความสุข ใส่ถุงพลาสติกชนิดแห้งและเปียกมัดให้แน่น พร้อมจะให้คนทางบ้าน ที่รอคอยอยากได้อากาศสุขได้สุดเอาเข้าไปในปอดและออกมาทางใบหน้า เทศกาลปีใหม่ไทยเป็นเทศกาลแห่งความสุขอย่างแท้จริง ขนาดตัวเลขบนปฎิทินยังอมยิ้มจนแก้มแดงเลย








------------------------ตัวเลขบนมิเตอร์จบลงที่ 149 -----------------------




ตัวเลขมิเตอร์ความคิดถึงของลุงคำจันเพิ่งเริ่มต้นที่ 35 แต่จะจบลงที่เท่าไรไม่มีใครรู้



Sunday, April 1, 2007

อักษรชูรส

" ข้อความต่อไปนี้ เป็นงานทดลอง (อีกครั้ง)"
หลังจากได้ทดลองใช้คีย์บอร์ดเสียๆบอดๆ พิมพ์ งานเขียนที่ออกมาก็เป็นทีพอใจกับช่องว่างของคำและของเรื่องทำให้เรื่องมันเติ่มเต็มจากคนที่อ่าน ครั้งนี้จะทดลอง
ใช้ตัวอักษรและสีแต่ละตัวให้แสดงพลังมากกว่าแค่เอาแต่ละตัวมาติดกันและอ่านเป็นคำ



"เชิ ญ ญ ญาติ สนิ ท ท มิต ร... ส หา ॥ ย มา ทำ บุ ญ ญ ที่ วั ด ด ดเ ขา ซ้ อ น หม้ อ อ อ วัน นี้ วั น น ดี เป็ น น ศรี รี วั น น ... น"
เสียงมัคนายกออกลำโพงบอกบุญตั้งแต่พระอาทิตย์กำลังจะตกพ้นบรรทัด วันนี้งานฝังลูกนิมิตของวัดท้ายตลาดจัดเป็นครั้งแรก ทำให้คนในหมู่บ้านทั้งไกลและใกล้เคียงมากันหนาตาต่างคนต่างรอคอยอยากจะมีประสบการณ์ร่วมกันอีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปนาน หมู่บ้านแถวนี้นานๆจะมีงานบุญซะทีคนเฒ่าคนแก่ต่างเอียงหัวตั้งคอรอคอยปิดทอง กับลูกนิมิตใต๊ฐานโบสถ์ ยายอิ่ม บริจาค 500 บาทให้กับเสาต้นแรก ป้าศรีนวล บริจาค 1,000บาท ให้กับ ช่อฟ้า ส่วนใบระกา นั้นของลุงจ่า ผัวป้าศรีนวลเค้า วัดทั้งวัดเป็นของคนทั้งหมู่บ้านยกเว้น พระ งานในคืนนี้ ได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดมาเปิดงาน เดินตัวใหญ่คับบรรทัด จนคนและตัวอักษรข้างๆถึงกับเขม่น
ในงานมีเครื่องเล่นมากมาย มีทั้ง สาวน้อยตกน้ำ , ม้าหมุน ,ชิงช้าสวรรค์ ส่วน ปาเป้าจะได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะของรางวัลดึงดูด " ไอ้แสบ" เด็กวัดหมายปองรถบังคับวิทยุเอาไว้เล่นหลังเดินตามบิณฑบาตตอนเช้าๆก่อนเข้าเรียน ไอ้แสบมีเงินเก็บมาจากการเก็บเงินตอนนาคมาโปรยรอบโบสถ์ ก่อนที่จะเป็นพระ ถึงตอนเป็นพระก็จะใช้ไอ้แสบไปซื้อน้ำแข็งอยู่เรื่อยๆ เงินทองที่เหลือ พระส่วนใหญ่ก็จะให้เป็นค่าขนม วันนี้ไอ้แสบจะเอารถบังคับมาอยู่คู่กับวัดและลูกนิมิต เป้าที่ทางร้านจัดไว้ให้มีลูกโป่งหลายสีให้เลือก ไอ้แสบเลือกลูกโป่งสีแดง ไอ้แสบกำลูกดอกแน่นหมายที่จะเอาชีวิต ตาซ้ายปิดลงพอประมาณเพื่อความชัดเจนของเป้าหมาย เปลือกตาซ้ายสั่นระรั่ว ปัง!!!! (ตัวหนังสือตกใจเป็น ! หลังจากพิมพ์เสียงดัง ปัง ) ไม่โดนลูกโป่งสีแดง
ไอ้แสบแค้นใจ ปาลูกดอกลูกสอง ลูกสาม ...4 ... 5 แบบไม่เล็ง สีแดง สีแดง สีแดง ง ง ง สี แ ด ง สีแดง สีแดงง


หมดลูกดอก หมดเงิน หมดหวัง หมดใจ รถบังคับไม่เหมาะกับเด็กวัดจนๆอย่าง "แสบ" (แสบคิดเป็นตัวหนังสือ) กล่องรถบังคับยังอยู่ที่เดิม แสบคิดหาข้อบกพร่องของตัวเองว่าตอนที่ เล่ง เล้ง เล๋ง เร่ง เร็ง เร๋ง ผิด !!! ผิดถนัด มันถึงไม่โดน ! แสบเพิ่งคิดออกว่า เล็ง ยังงี้ถึงจะถูกไม่งั้นโดนลูกโป่งสีแดง(แดงเดียวกับลูกข้างบน)ไปแล้ว แสบอดอมยิ้มให้กับตัวเองไม่ได้ ถ้าตั้งใจเรียนภาษาไทย ปานนี้ก็คง เล็ง ถูกไปแล้ว รอยยิ้มของแสบค่อยๆจากร้านปาเป้า ห า ย ไ ป ใ น ฝุ ง ช น


ไม่ใช่แค่งานเลี้ยงที่มีวันเลิกลา งานวัดก็เช่นกัน หนังกางแปลงเก็บจอผ้าใบขาวขึ้น สาวน้อยก็กลับบ้านไปนอนก่อนจะไปตกน้ำในวันรุ่ง ม้าก็เลิกหมุน ชิงช้าก็กลับมาจากสวนสวรรค์ แน่นิ่งบนพื้นโลกมนุษย์ ลูกโป่งร้านปาเป้าก็ถูกเอาลมออกก่อนมันจะไปเป็นตัวประกันแลกความฝันของเด็กในวันต่อไป



คำถาม : ------------------------