Saturday, May 19, 2007

28 WEEKS LATER

















ออกมาจากโลกแห่งจิตนาการที่เต็มไปด้วยโรคระบาดเต็มจอ อดใจที่จะไม่กระแทกนิ้วลงบนแป้นพิมพ์พูดและพิมพ์ถึงไม่ได้ กับหนังที่มันระดับสิบตีนถีบ กับหนังแนวซอมบี้เลือดสาด ที่ภาคแรกทำไว้ดีจนใจหายใน 28 DAYS LATER การแจ้งเกิดของผู้กำกับหน้าใหม่ หนังภาคแรกใช้ต้นทุนต่ำจนเข้าข่ายเป็นหนังอินดี้ในหมู่เกาะอังกฤษ นานๆทีที่หนังจากเกาะอังกฤษที่ทำได้ดีโดยที่ไม่ต้องเพิ่งพาดาราดังจากฝากฝั่งฮอลีวูด



การใช้กล้องระบบดิจิตอลถ่ายทำในภาคแรกโดยไม่ใช้ฟิล์มทำให้ภาพและมุมกล้องแสดงตัวตนว่าเป็นหนังนอกกระแสอย่างเต็มตัว การมีงบอย่างประหยัดวิธีการนำเสนอก็ต้องคิดเยอะขึ้น หลายๆซีนในภาคแรกฉลาดที่จะถ่ายหลบเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยซากประหลักหักพักและซอมบี้เต็มเมือง ด้วยการถ่ายภาพสะท้อนจากกระจกรถยนต์ที่แล่นผ่าน ด้วยพล็อตเรื่องที่ใหญ่คับประเทศแต่ทำออกมาได้เชื่อสนิทใจ การทำให้เมืองหลวงระดับลอนดอน ล้างโดยไม่มีผู้คนได้ถือว่าแน่มากๆ แค่คิดก็สนุกแล้ว ผลตอบรับถล่มถลาย รายรับในภาคแรกมากกว่าต้นทุนหลาย10เท่าตัว จนทำให้เกิดภาคต่อของเชื้อซอมบี้ที่วิ่งเร็วกว่าซอมบี้ภาคไหนๆ


การเกิดของ 28 WEEKS LATER ภาคต่อที่ทำได้ไม่แพ้ภาคแรกเลย ด้วยงบประมาณที่เยอะขึ้น กล้าที่จะคิดและ กล้าที่จะทำมากขึ้น ความสนุกก็ยังคงอยู่ครบ พล๊อตเรื่องมีเหตุและมีผลพอที่จะเชื่อและตามตัวละครไปโดยไม่มีข้อกังขาว่าทำไมตัวละครต้องทำยังงั้น ทำอย่างี้ ถ้าเป็นเรา เราจะทำแบบนั้นจะทำแบบนี้ พล๊อตตีกรอบไว้โดยให้เราต้องเดินตามแบบไม่ฝืนธรรมชาติ


ในทุกๆนาทีที่อยู่บนแผ่นฟิล์มความสนุกเปื้อนเลือดสาดใส่คนดูแบบไม่คิดชีวิต เราคนหนึ่งที่โดนสาดใส่เข้าอย่างจังและติดเชื้อไวรัสเข้าเต็มตา จนอยากจะให้คนอื่นที่ได้อ่านได้ติด(ใจ)กับเชื้อไวรัสที่มาพร้อมกับความน่ากลัว ...กลัว ... กลัวใจตัวเองว่าโดนเชื้อไปแล้วจะห้ามใจไม่อยู่จะพาขาและตัวไปดูเรื่องนี้อีกรอบในเวลา 28 HR.

Tuesday, May 1, 2007

ต้นกล้าสถาปัตย์ : Leap to the Future

ชื่อเรื่องเป็นแนวคิดของงาน สถาปนิก '50 ที่จัดขึ้นทุกๆปีที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นงานที่เราต้องไปเป็นประจำ ในงานไหน ก็จะมีการเปิดตัวสินค้า วัสดุใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ มีบูทสวยๆ มีพริ๊ตตี้ ให้ชม ก็คงไม่แตกต่างกับงานแสดงสินค้าทั่วๆไป แต่คนชอบแต่งรถก็ชอบไปงานแสดงยานยนต์ คนชอบแต่งบ้านก็ชอบไปงาน BIG ...คนชอบแต่งงานก็ไปงานWedding ก็ว่าไป
งานสถาปนิกที่เรารุ้สึกว่าแตกต่างจากงานแสดงสินค้าอื่นๆก็คือ มีการประกวดบูท ในงานก็จะมีบุทสวยให้ชม ศิลปะกับธุรกิจก็จะอยู่เป็นเพื่อนกันในงาน ในปีผ่านๆมาเราเดินชมงาน เราก็จะเห็นถ้วยรางวัลรูปร่างเล็กแต่ยิ่งใหญ่ในด้านจิตใจวางอยุ่ตามบูทที่สวยๆ ความฝันของเราก็เริ่มก่อตัว และยิ่งเดินมาหลายๆปีก็อยากจะมีบูทที่เราออกแบบเองตั้งอยู่ในงานสถาปนิกกับเค้าบ้าง ความฝันของเรายังเลื่อนลอยไร้เสาเข็ม มีแต่เกือบๆแต่สุดท้ายก็ไม่ได้

แต่เชื่อหรือไม่ว่า ตอนนี้ความฝันของเราตั้งอยุ่ในงานสถาปนิก '50 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ต้นเดือนเมษาเสียงปลายสายเป็นเอก(รุ่นน้อง)โทรมาชักชวน เรารีบตบปากรับคำ โอกาสไม่ได้มากันบ่อยๆแต่เนื่องจากความยากของบูทนี้คือเรื่องของระยะเวลา ลูกค้าตัดสินใจจะทำบูทในระยะเวลากระชันชิด มีเวลาทำแบบไม่ถึงอาทิตย์แถมด้วยติดสงกรานต์อีก5วัน กว่าจะสรุปราคากันได้เหลือเวลาแค่ 1 อาทิตย์ในการสร้างจิง ก่อนงานจะเริ่มในวันที่ 1 พ.ค.50 งานนี้เรากับเอก ลงทั้งตัวและก็เอาความฝันเป็นเดิมพัน ลงคุมเองทุกขั้นตอนเค้าเรียกว่าทำงานถวายหัว(ใจ)
เราว่าการทำงานบูทเรื่องระยะเวลาสั้นๆคงเป็นเรื่องปกติ เราต้องปรับตัวเข้ากับความปกติ และตอนนี้เรารู้จักมันแล้ว จากกระดาษสู่งานจิง ความยาวของเส้นแนวนอนในกระดาษไม่ถึง 5 เซนติเมตร มันจะกลายเป็นเส้นแนวตั้ง(ฉาก)กับพื้นโลกสูงเป็น 5 เมตร

มาดูการทำงานใน 1 อาทิตย์ที่สร้างจิงกันว่าความฝันของเราและเอกออกมาในรูปแบบไหนและหน้าตามันจะสวยจะหล่อจนกรรมการเค้าจะเอาสายสะพายมาคล้องให้หรือป่าว










วันที่ 1 เริ่มงานวันแรกเราใช้โรงงานพี่หมอมาเป็นการทดลองขึ้นบูทเรานัดกันวันจันทร์ที่23 เมษา ทางลูกค้าเอางานไปทำมาช่วงเสาร์ อาทิตย์ ได้มาประมาณ 10%




































































วันแรกจบลงอย่างรวดเร็ว งานขึ้นไปอย่างน่าพอใจพี่โทนี่(ลูกค้า)เอาช่างและคนมาเยอะทำให้งานคืบหน้าไปมาก









วันที่ 2 อังคารที่24 เมษา ลุยกันต่อไม่มีเวลาให้คิด











บรรยากาศหน้าโรงงานพี่หมอ มองไปไม่ค่อยหน้าไว้ใจ ฟ้านึกคลึ่ม และท้ายที่สุดฝนตกลมแรง วันที่2ผ่านไป เม็ดฝนและเม็ดเหงื่อก็ยังคงทำงานไปพร้อมๆกัน






วันที่3 พุธที่25 เมษา เราตกลงกันว่าจะทำงานลองขึ้นจิงเป็นวันสุดท้าย แล้ววันพรุ่งนี้เราจะลื้อแล้วจะเตรียมขนของเข้า อิมแพ็ค
























วันที่ 4 พฤหัส ที่26 เก็บสี พร้อมแพ็คของเตรียมเดินทางสู่ที่ตั้งจิง






















วันที่ 5 ศุกร์ที่ 27 เช้ารถ 6 ล้อมาขนของแต่เช้าเพื่อจะเอาไปติดตั้งวันแรกที่อิมแพ็ค ทำได้ตั้งแต่ เที่ยงวันจนถึงเที่ยงคืนวันต่อไปอีก3วันจนถึง 30ทำได้ตั้งแต่ 9โมงเช้าจนถึงเที่ยงคืนถ้าจะทำต่อหลังเที่ยงคืนทางอิมแพ็คคิดชั่วโมงละหมื่น



















วันที่6 เสาร์ที่28 เมษา ขึ้นจิงเป็นวันที่2 อุ่นใจขึ้นเยอะเพราะได้ลองซ้อมขึ้นมาอย่างดีปัญหาหน้างานก็น้อยหน่อยเพราะไปเจอตอนอยู่โรงงานพี่หมอแล้ว แต่ปัญหาที่มองไม่เห็นก็ออกมาให้เห็นเรื่อยๆเป็นเรื่องปกติของปัญหาที่แสดงตัวว่าปัญหามีตัวตนจิง















วันที่7 อาทิตย์ที่29 ก่อนวันสุดท้ายวันนี้ผนังเฟอร์ไม้เข้า ช่างไฟเข้า มันยุ่งวุ่นวายเพิ่มขึ้นแต่มันเป็นนัยยะว่างานก็จะใกล้เสร็จ




































วันที่8 วันสุดท้ายวันจันทร์ที่30 เมษา ทุกอย่างต้องจบก่อนเที่ยงคืน




























ภาพถ่ายตอนเที่ยงคืนของวันที่ 30 เมษา งานเสร็จไปประมาณ99% งานสถาปนิกเริ่มวันที่ 1 - 6พ.ค. งานนี้ทุ่มทั้งตัว จนเสร็จสิ้นจนออกมาเป็นความฝันขนาดความสูง5.60 ม. กำลังคนจำนวนมหาศาลกับมันสมองของฝีมือช่าง ความเอาใจใส่ของพี่โทนี่และพี่ตั๊ก ทุกอย่างทำขึ้นเพื่อธุรกิจ ทุกคนมีจุดมมุ่งหมายไม่เหมือนกัน พี่โทนี่ก็คาดหวังกับลูกค้าที่เดินเข้ามาโยนงานระดับหลักล้านเป็นผลประโยชน์แลกเปลี่ยนกับการลงทุนทำบูท สารพัดช่างก็ทำให้จบตามคำสั้งเจ้านายตลอดจนถึงโอทีที่จะได้ไปเลี้ยงครอบครัว เราเองกับเอกแค่นี้คงมีความสุขที่มันออกมาจากกระดาษมายืนท้าสายตาดึงดูดผู้คนให้มาเข้าบูทแค่นี้ ความสุข(ใจ)ก็มากพอไม่รู้จะใช้หน่วยไหนมาวัดค่าของมัน