
คำเตือน คนที่เป็นโรคเบาหวาน ไม่ควรบริโภคเรื่องนี้อย่างสม่ำเสมอ
เข้าเดือนกุมภา กับวันแห่งความรักก็คงมีหลายคนตั้งตารอ และอีกหลายคนที่ไม่อยากให้มาถึง เดือนแห่งความรัก เดือนที่มนุษย์บนโลกนิยมแสดงออกด้านความรักกันมากที่สุด เราก็เป็นอีกคนหนึ่งที่นิยมแสดงออก(นอกหน้า)ในวันพิเศษในเดือนที่พิเศษและกับคนที่พิเศษ ??? หลายคนคงอยากจะเป็นคนพิเศษ เราก็เป็นอีกคนหนึ่ง ที่อยากจะเป็น การที่จะเป็นคนที่พิเศษของใครคนหนึ่ง มันยากไม่แพ้กับการรักษาความพิเศษให้อยู่กับเราได้นานๆ หลายคนรักษาได้ หลายคนรักษาไม่ได้ และอีกหลายคนรับไม่ได้ที่จะกลับมาเป็นคนธรรมดาในสายตาของคนที่พิเศษ
หลังจากไม่ได้อัพบล๊อคมาหลายเดือน พบเจอเรื่องราวมากมายในระหว่างที่ไม่ได้พิมพ์และถ่ายทอดมาเป็นตัวหนังสือ วันนี้อารมณ์ดีหลังจาก คาริล ยิบราน เข้าฝัน ปราบดา เข้าสิง นิ้วกลม เข้า...... (เข้าอะไรดี) เข้าใจว่ามันไม่เกี่ยว 555 แค่อยากจะอ้างอิงเฉยๆ เห็นนักเขียนหลายคน นิยมเขียนถึงบุคคลสำคัญในวงการนักเขียนและมักนิยม เอาคำพูดที่กินใจของคนๆ นั้นมาใส่ลงในบทความของตัวเอง มันดูดีและมีราคาขึ้นไม่หยอก ก็เริ่มอยากจะทำบ้าง 555 ว่าแล้วเราก็เริ่มจาก
คาริล ยิบราน นักประพันธ์เจ้าของรางวัลโนเบล กล่าวว่า
Beauty is not in the face: beauty is a light in the heart.
ความงามมิได้ปรากฎบนใบหน้า ความงามคือแสงสว่างในดวงใจ
วิลเลียม เช็กสเปียร์ นักประพันธ์เอกของโลก กล่าวว่า
Love looks not with the eyes but with the mind: And therefore is winged Cupid painted blind.
ความรักไม่ได้ดูด้วยดวงตา แต่ดูได้ดวงใจ นั้นเองที่กามเทพยังยิงศรรักให้กับคนตาบอด
เพลโต นักปราชญ์กรีก อาจารย์ของอริสโตเติล กล่าวว่า
At the touch of love, everyone becomes a poet.
เมื่อได้สัมผัสแห่งรัก ทุกคนจะกลายเป็นกวี
วิกเตอร์ ฮูโก นักประพันธ์ชื่อก้องโลก กล่าวว่า
The supreme happiness of life is the conviction that we are loved.
ความเปี่ยมสุขที่สุดในชีวิตก็คือการติดสินว่าเราถูกรัก
อริสโตเติล นักปราชญ์ชากกรีก กล่าวว่า
Love is composed of a single soul inhibiting two bodies.
รักคือหนึ่งวิญญาณที่แบ่งอยู่ในสองร่าง
มหาตมะ คานธี วีรบุรุษของอินเดีย กล่าวว่า
Where there is love there is life.
ที่ใดมีความรัก ที่นั้นมีชีวิต
สารพัดอิง นักรบในเรื่องของความรัก กล่าวว่า
Snow is white
Your eyes are bright
My heart is light
You are the one that I like
หิมะเป็นสีขาว ดวงตาของเธอก็สุกสดใส
หัวใจของฉันก็เต็มไปด้วยแสงสว่าง
คุณก็คือคนเดียวที่ฉันปรารถนา
( เชิญอ้วกได้ตามอัธยาศัย )
เมืื่อหลายวันก่อนพี่อ้อ (พี่เชฟที่ร้านที่ทำงาน)หอบเรื่องราวน่ารักมีทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตามาเต็มกระเป๋า พี่อ้อเข้างานตามปกติทุกวัน พร้อมทั้งน้าพิณ (เชฟอีกคนหนึ่ง) บรรยากาศในครัวก็คึกคัก เป็นไปอย่างนี้เกือบทุกวัน การทำงานพร้อมทั้งเรื่องพูดคุยปัญหาส่วนตัวและส่วนร่วม เรื่องที่ไปเจอมาในแต่ละวัน แลกเปลี่ยนกันไป สลับกับการออกออเดอร์ของลูกค้า ช่วงไหนยุ่งหน่อย การพูดคุยก็จะเงียบหาย ปล่อยให้กะทะและเตาหลิวส่งเสียงพูดคุย ออกความเห็นบ้างหลังจากเป็นผู้รับฟังมานาน บางเรื่องก็ดุดันเผ็ดร้อน บางเรื่องมีปัญหาชีวิตก็ออกแนวขมๆ บางวันเรื่องของความรัก ก็จะหวานซะจนเลี้ยน ชีวิตคนเราก็ไมไ่ด้ปรุงมาแค่รสชาติเดียว ต้องมีดิบมีสุขก็ว่ากันไป ไม่มีความอร่อยอยู่บนโลกใบนี้มีแต่ว่าเราพอใจที่จะกินรสไหนแค่นั้น
สิ้นเสียงกระทบของกะทะกับเตาหลิว เสียงของพี่อ้อก็เริ่มต้น "เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า "
( บรรยากาศฤดูหนาว ณ สวนสาธารณะ )
Down hill park , Turnpike Lane , London
หลังจากที่ต้องกลับบ้านและต้องเดินผ่านสวนสาธารณะนี้ทุกวัน พี่ก็เพิ่งสังเกตุเห็นเก้าอี้ไม้ที่นั่งในสวนสาธารณะเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตัว และดูจากเนื้อไม้แล้ว ค่อนข้างจะใหม่กว่าตัวอื่นๆ นอกจากนั้นบนเก้าอี้ก็มีช่อดอกไม้ที่เพิ่งจะแห้งเฉาไปไม่นาน บนผนักพิงมีกระดาษเขียนข้อความต่างๆไว้หนึ่งหน้ากระดาษเต็มๆ เคลือบพลาสติกกันแดดฝนไว้ไม่ให้ตัวอักษรนั้นจากหายไป เดินผ่านอยู่หลายวันจนวันหนึ่งอดใจไม่ไหว อยากรู้ข้อความในกระดาษเขียนไว้ยังไงจึงเดินเข้าไปอ่าน ก็พบว่าเนื้อหาในกระดาษ คือ ชายคนหนึ่งผู้ที่เป็นสามี เขียนถึงภรรยาที่ชื่อ "แซนด้า"ที่สุญเสียไปเมือ 5 ปีที่แล้ว บอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่ภรรยาไม่อยู่ ว่าลูกสาว "เอ็มมา" ได้เพิ่งแต่งงานไป และเล่าให้ฟังเรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัว และบอกตลอดเวลาว่าอยากให้มาอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญๆด้วยกัน และข้อความที่บอกรักตลอดเวลา ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ตอนนี้เข้าปี 2010 ระยะเวลาผ่านไป 5 ปี ความรักของผู้ชายคนหนึ่งและลูกๆที่มีแต่ แซนด้า ไม่ได้น้อยลงไปเลย บนเก้าอี้ได้ติดป้ายสลักข้อความไว้จาลึกและระลึกถึงว่า
In loving memory of Sandra Croucher
Who spent many a happy hour in this park
29.10.46 - 9.11.05
เป็นธรรมเนียมของคนผู้ดีอังกฤษที่คนที่รักชอบมาใช้เวลากับสวนสาธารณะและผูกพันธ์กับครอบครัวเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง ถึงเวลาที่ตัวเองไม่อยู่คนที่รักก็มักจะแสดงความรักและอาลัยไว้กับเก้าอี้ไม้ คงไม่ได้เป็นจดหมายฉบับแรกที่เขียนถึง แซนด้า และคงไม่ใช่ช่อดอกไม้ช่อสุดท้ายที่จะวางไว้เพื่อมอบให้ในช่วงวันสำคัญ ช่อดอกไม้ที่แห้งเฉา ตัวอักษรที่ลบเลื่อน เนื้อไม้ที่เริ่มจะซีดจาง แต่ความรักของชายหนุ่มคนหนึ่งไม่ได้เลื่อนหายไปเลย
เก้าอี้หลายๆตัว ในทุกๆทีในสวนสาธารณะมันไม่ได้มีไว้เพื่อแค่ พักผ่อนตามอัธยาศัย แต่มันมีไว้เพื่อพักหัวใจของใครบางคน
อาลัยแด่ Sandra Croucher
ขอบคุณ พี่อ้อที่นำเรื่องและภาพดีๆมาเล่าสู่กันฟัง