
อากาศร้อนมันมาตรงเวลาไม่เคยเลื่อนไม่เคยลืม มันมาบอกและย้ำเตื่อนเราเสมอว่า สยามประเทศของเราเป็นประเทศเมืองร้อนชื้น ...อบ อ้าว เหนียว ฝน แฉะ และอีกมากมาย แล้วแต่ใครจะเรียก ในยามที่คนทั้งโลกรุ้จัก กับสภาวะโลกร้อน แต่ คนไทย รุ้จัก โลกร้อนก่อนชาติไหนๆในโลก ยาวนานพอๆกับความนิยมของแป้งเย็นตรางู
เข้าเดือนเมษา เป็นช่วงที่อากาศในเมืองไทย เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างสมบูรณ์แบบ แสงแดดจากดวงอาทิตย์ทำงานเต็มกำลัง แต่คนไทยสมัยก่อนก็รู้ทันสภาวอากาศ คิดและริเริ่มการละเล่นผสมศิลปะและวัฒนธรรมให้เข้ากับความเป็นเมืองร้อนชิ้น อบ อ้าว เหนียว ฝน แฉะ โดยการกำหนดวันในช่วงเดือนเมษาให้มีประเพณีสงกรานต์ การละเล่นที่มีน้ำเข้ามาเกี่ยวข้อง สมัยก่อนอากาศร้อนน้อย ก็แค่ รดน้ำ ดำหัว สมัยนี้ อากาศ ร้อนมากขึ้น ก็เป็น รดหัว ดำน้ำ
เมือปีก่อนช่วงสงกรานต์ไปเล่นน้ำที่เชียงใหม่ อากาศร้อนแต่พอทนไหว แต่ปีนี้สงกรานต์ก็ไปเชียงใหม่ ช่วงกลางวัน อากาศร้อน ถึง ร้อนมาก สุดจะทนไหว แสงแดดที่แผดเผาลงมา ถึงกับมีอาการแสบๆคันๆ วิวระยะนกมองบนดอยสุเทพ ในเวลากลางวันแทบจะมองลงมาไม่เห็นตัวเมืองเชียงใหม่ เพราะโดนพิษของหมอกควัน ในการเผาป่า
ในสภาวะอากาศร้อนขนาดนี้ เป็นสิ่งที่ยั่วยวนนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัส ถ้าท่องเที่ยวลงทางใต้ แสงแดดสะท้อนน้ำทะเลเห็นความเขียวความใส ราวกับในทะเลอ่าวไทยมีเพชรพลอยมาประดับล้อเล่นกับแสงแดด ระยิบระยับท้าสายตา มนุษย์โลกนัยตาน้ำข้าวยิ่งนัก ฝั่งอันดามัน ก็ไม่แพ้กัน ช่วงฤดูร้อนทะเลอ่าวไทยและอันดามันยืนท้าแดดท้าลมเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มารู้จักสนิทสนม และลงเอ๋ยด้วยการมากินอยู่ หลับนอน หลายต่อหลายคน ไปแล้วกลับมาต้องติดใจในความงาม เพราะอ่าวไทยมีเพชรพลอย อีกฝั่งก็มีไข่มุกแห่งอันดามัน
ความเย็นทีสาดใส่กันในระยะเวลา 5 วัน ช่วยให้อากาศที่เชียงใหม่ เย็นขึ้นได้พอสมควร แต่หมดเทศกาลสงกรานต์ ไอแดดก็สะท้อนพื้นถนนขึ้นมาเหมือนเป็นกะทะร้อนๆ ขนาดยาวที่ไหลเหลียวไปตามทางให้ร้อนกันได้ทั่วทั้งเมือง ช่วงเวลากลางวันที่แสงแดดลงมากระทบกับวัตถุถ่ายทอดลงมาเป็นเงา ความเข็มของสีเงา ใกล้เคียงสีดำมาก เพราะความสว่างของแสงที่ส่องลงมา เมืองเชียงใหม่ที่ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นเมืองที่มีอากาศเย็นลำดับต้นๆที่นึกถึง คนเมืองก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาวะอากาศที่พลันแปรตามกาลเวลา
เราเดินสำรวจและทำการบ้านก่อนไปเชียงใหม่ไว้ระดับหนึ่ง จุดมุ่งหมายแรกๆที่นึกถึงมีหลายอย่างที่อยากทำและอยากไป เราเลือกมาหนึ่งอย่างที่อยากจะเขียนและอยากจะเล่า และให้เข้ากับเรื่องที่โปรยหัวไว้ กินพื้นที่ไปหลายบรรทัดก่อนหน้านี้
สถานที่หลบภัยร้อนในช่วงกลางวันของคนเมือง มี 2 สถานที่ร้อนๆ ที่อยากจะแนะนำและอยากให้ไป แต่ถ้าเป็นคนเมืองอยุ่แล้วคงเคยชิน และคงรู้ว่าสถานที่เหล่านี้มัน HOT และมันร้อนจิงๆ
เราเดินสำรวจและทำการบ้านก่อนไปเชียงใหม่ไว้ระดับหนึ่ง จุดมุ่งหมายแรกๆที่นึกถึงมีหลายอย่างที่อยากทำและอยากไป เราเลือกมาหนึ่งอย่างที่อยากจะเขียนและอยากจะเล่า และให้เข้ากับเรื่องที่โปรยหัวไว้ กินพื้นที่ไปหลายบรรทัดก่อนหน้านี้
สถานที่หลบภัยร้อนในช่วงกลางวันของคนเมือง มี 2 สถานที่ร้อนๆ ที่อยากจะแนะนำและอยากให้ไป แต่ถ้าเป็นคนเมืองอยุ่แล้วคงเคยชิน และคงรู้ว่าสถานที่เหล่านี้มัน HOT และมันร้อนจิงๆ
สถานที่แรก อยู่บนถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 9 บนทำเลทอง คิดดูสิว่า มันเป็นทำเลทองขนาดไหน? ถ้าเปรียบถนนนิมมานเหมินทร์ ที่เชียงใหม่ กับ ถนนใน กทม. คงได้เป็น ถนนสุขุมวิท หรือไม่ ก็ทองหล่อ เป็นแน่แท้ ที่ดุเด็ดและเผ็ดมันไปกว่านั้น บนทำเลทองที่ว่า เป็นทำเลที่แย่งชิงการตลาดของคนคอกาแฟโดยเฉพาะ ลองเดินเข้าไปในซอย 9 ไม่ไกล ขวามือคือเจ้ามหาอำนาจของกาแฟในเมืองไทย สตาร์บัคส่งเข้าประกวด อยุ่ในมุมเขียวตุ้นๆ ด้านข้างใช้กำแพงร่วมกัน เป็นกาแฟของคนเมือง มีนามว่า กาแฟวาวี อยุ่ในมุมแดงอมน้ำตาล เลยไปนิดตรงกันข้าม กับกาแฟวาวี คือกาแฟน้องใหม่ 94 ' อยุ่ในมุมแดงเลือดหมู
3 ร้านอยุ่ในบริเวณเดียวกัน แต่ละร้านมีอารมณ์ความรุ้สึกแตกต่างกัน ตามรสชาติของกาแฟ บวกกับบรรยากาศภายในร้านและเสียงเพลงที่คลอเคลีย ข้างๆหู สถานที่แรกที่อยากจะแนะนำ คงไม่ใช่สตาร์บัค และ 94' เป็นแน่ เพราะ 2 ร้านนี้หาชม หาชิม กันได้ในหลายๆจังหวัดอยู่แล้ว ร้านที่จะแนะนำ เป็นร้านเดียวที่แย่งชิงการตลาดและ น๊อคเอ้าท์คู่ต่อสู้ลงไปแบบ 2 รุ่ม 1 ได้อย่างสบาย คือ " กาแฟวาวี "
ร้านตกแต่งโดยเอาการเอาบ้านเก่ามาทำใหม่ ด้านในบ้านติดแอร์เย็นช่ำ ภายนอกทำเป็นระเบียงไม้โดยรอบ ที่นั่ง รอมรอบไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ แสงแดด ที่ส่องผ่านร่มไม้ลงมาพอเป็นเงา ให้บรรยกาศเหมือนนั่งอยุ่ในสวนหลังบ้าน มองไปดีๆ บางต้นเป็นต้นลิ้นจี่ บางผลสีแดงรอคอยการเด็ด บางผลสีแหลืองอมแดง ยังต้องรอเวลาการเป็นลิ้นจี่ต่อไป ถึงแสงแดดภายนอกร้านจะร้อนเพียงใด ลมเย็นๆที่ผัดผ่านสวนธรรมชาติเข้ามา ก็กลายเป็นลมเย็นๆ พอให้กาแฟในแก้ว ส่งกลิ่นหอมลอยมาปะทะโสดประสาทให้รับรู้
3 ร้านอยุ่ในบริเวณเดียวกัน แต่ละร้านมีอารมณ์ความรุ้สึกแตกต่างกัน ตามรสชาติของกาแฟ บวกกับบรรยากาศภายในร้านและเสียงเพลงที่คลอเคลีย ข้างๆหู สถานที่แรกที่อยากจะแนะนำ คงไม่ใช่สตาร์บัค และ 94' เป็นแน่ เพราะ 2 ร้านนี้หาชม หาชิม กันได้ในหลายๆจังหวัดอยู่แล้ว ร้านที่จะแนะนำ เป็นร้านเดียวที่แย่งชิงการตลาดและ น๊อคเอ้าท์คู่ต่อสู้ลงไปแบบ 2 รุ่ม 1 ได้อย่างสบาย คือ " กาแฟวาวี "
ร้านตกแต่งโดยเอาการเอาบ้านเก่ามาทำใหม่ ด้านในบ้านติดแอร์เย็นช่ำ ภายนอกทำเป็นระเบียงไม้โดยรอบ ที่นั่ง รอมรอบไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ แสงแดด ที่ส่องผ่านร่มไม้ลงมาพอเป็นเงา ให้บรรยกาศเหมือนนั่งอยุ่ในสวนหลังบ้าน มองไปดีๆ บางต้นเป็นต้นลิ้นจี่ บางผลสีแดงรอคอยการเด็ด บางผลสีแหลืองอมแดง ยังต้องรอเวลาการเป็นลิ้นจี่ต่อไป ถึงแสงแดดภายนอกร้านจะร้อนเพียงใด ลมเย็นๆที่ผัดผ่านสวนธรรมชาติเข้ามา ก็กลายเป็นลมเย็นๆ พอให้กาแฟในแก้ว ส่งกลิ่นหอมลอยมาปะทะโสดประสาทให้รับรู้
เสียงที่ได้ยินนอกเหนือจากเสียงธรรมชาติ เป็นเสียงที่ดังมาจากลำโพง เป็นเสียง สะล้อ ซอ ซึง ตามแบบฉบับของร้านคนเมือง สิ่งที่บรรยายไปทั้งหมด มันทำให้ รสชาติกาแฟในแก้วมีชีวิตมีชีวาขึ้นมามาก เลยไม่แปลกใจเลยว่า ในฤดูร้อนที่เพิ่งเริ่มต้น ที่หลบร้อนที่นึกถึงเป็นที่ แรกๆ คงมี ร้านกาแฟวาวี ถนนนิมมาน ซอย 9 อยู่ในใจใครหลายๆคน 

ร้านที่ 2 ที่จะแนะนำ เป็นร้านที่เพิ่งเสร็จได้ไม่นาน ร้านที่เพิ่มสีสันให้จังหวัดเชียงใหม่ ได้ไม่น้อย ตั้งอยู่บนถนนนิมมานเหมินทร์(อีกแล้ว) ซอย 17 เข้าซอยไปได้สักพักและจะเจอป้ายสีเหลื้องๆ ทรงกลมมีหู มีตัวอักษรบอกซื่อร้านเป็นสีดำ เขียนเอาไว้ว่า " iberry" แค่เห็นป้าย ความเย็นระดับเสียวฟันก็มาท้าทายเราอยู่ตรงหน้าแล้ว
ร้าน iberry ร้านนี้เพิ่งลงหนังสือตกแต่งบ้านหลายต่อหลายเล่ม ยังไม่นับรายการทีวี อีกหลายต่อหลายรายการ เสห์ของร้านนี้ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างเป็นกันเอง ตามสไตล์ของเจ้าของ เจ้าของก็ไม่ใช่คนอื่นไกล " โน๊ต อุดม " ที่หลงไหลเมืองเชียงใหม่และหลงไหลเจ้าของ iberry ไปพร้อมๆกัน มันทำให้เกิดร้าน iberry สไตล์โน๊ต ขึ้นมา
โดยส่วนตัวขอชื่นชมและชื่นชอบกับไอเดียและไอติม ในร้านมากๆ เดินไปทางไหน มีแต่ลูกเล่นลูกล่อลูกชนเยอะ เต็มไปหมด ยังกับไปเดินเล่นที่สวนสนุก หน้าร้านมีต้นไม้ขนาดใหญ่ ถึงใหญ่มากๆ ทางร้านที่มีไอเดียตกแต่งบันเจิด เอาชิงช้าระดับความสูงที่ห้อยมาจากกิ่งหลายเมตร มาห้อย เป็นชิงช้าที่มีเชือกห้อยสูงที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา และเป็นที่ที่คู่รักหลายต่อหลายคู่มาพักพิง
สถานที่ที่ขายความเย็น เป็นหลัก ขายความน่ารักเป็นรอง มันทำให้ อากาศที่ร้อนภายนอก มาเจอร้านที่เย็นกายและเย็นใจ อะไรๆ ที่ร้อนๆ ก็เย็นๆลงตามความเป็นกันเองของสไตล์ " โน๊ต อุดม"

อากาศร้อน ก็ร้อนแค่ภายนอก ภายใน เย็นๆเข้าไว้ อะไรๆ ก็สู้ได้
ท้ายที่สุด " มันก็แค่ อากาศ " พี่ตูน บอดี้สแลมเค้าบอก

















