เช้าวันหนึ่ง
เพิ่งผ่านพ้นไปกับงานสังสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ของคนเมืองผู้ดี แต่ดูจะไม่ค่อยจะเป็นผู้ดีซักเท่าไร ออกจะแนวมันๆ มั่วๆ ยังไงไม่รู้่บอกไม่ถูก ที่กล่าวถึงคืองาน Notting hill carnival ไม่รู้ว่ามันมีความสำคัญแค่ไหน แต่ถ้าวัดจากจำนวนคนที่มาร่วมงาน ก็ถือว่าเป็นงานใหญ่ประจำปีเลยทีเดียว
งาน Notting hill carnival ถ้าพูดถึงที่มาที่ไป คงตอบอะไรไม่ได้เพราะไม่รู้ๆจิง รู้แต่ว่า carnival จัด
โดยคนผิวสี จัดขึ้นทุกๆปี อยู่ช่วงเดือน สิงหาคม จะจัดแค่2วัน และตรงกับBank Holiday สุดท้ายของปี นี้ก็เป็น carnival ของคนผิวสีครั้งแรกที่ได้เห็น พี่ที่ร้านหลายคนเตื่อนบอกว่างาน carnival นี้ขึ้นชื่อเรื่องความน่ากลัว เพราะเป็นงานของคนดำ หรือที่นี้เค้าเรียกกันว่าพี่มืด บางปีมีการยิงกันตาย มีแก๊งค์มิจฉาชีพ ที่ค่อยอาศัยช่วงที่เราไม่รู้ตัว ขโมยความสุขและยัดเหยียดความทุกข์ใส่กระเป๋าเรา มีการส่งและเสพยากันในงาน ทุกอย่างที่กล่าวมาทางตำรวจเค้ารับทราบดี ถึงขั้นทางตำรวจส่งจดหมายไปเตือนผู้ต้องสงสัยว่า " ห้ามกระทำผิดในเทศกาลนี้เด็ดขาด เพราะพวกเราดูท่านอยู่ " เป็นจิงอย่างที่หนังสือพิมพ์ลง สังเกตจากจำนวนตำรวจและจำนวนม้าที่มาค่อยรักษาความปลอดภัย เห็นได้ทุกมุมถนน ทางร้านค้าแถวนั้นรู้ซึ้งดีว่างานนี้จะเกิดอะไรขึ้น ต่างพากันเอาไม้กระดานปิดทับกระจกหน้าร้านของตัวเอง เพื่อให้มันคงสภาพเดิมหลังงานผ่านพ้น หน่วยสร้างสรรค์บรรยากาศ ก็เริ่มทำงานโดยเอาสีสเปย์พ่นลวดลายต่าง เต็มไม้กระดาน แทบทุกไม้กระดานเต็มไปด้วยสารพัดสี ดูๆไปเหมือนเมืองของพี่มืดไม่มีผิด

หลังกลับจากงานผิดหวังนิดหน่อย เพราะคาดหวังว่าจะอลังการกว่านี้ แต่ก็ไม่เท่าไร เพราะดันไปวันของเด็ก วันที่ไม่ได้ไป เป็นวันของผู้ใหญ่ งานของผู้ใหญ่น่าจะอลังการงานสร้างมากกว่า ทั้งเครื่องแต่งกาย ทั้งจำนวนคน และงบประมาณ แต่ถ้าเรื่องความมัน ความน่ารัก ความตั้งใจ งานในวันของเด็ก ก็ไม่แพ้แน่นอน
เช้าวันหนึ่ง
ผู้คนนับหมื่นมาร่วมตัวกัน โดยไม่ได้นัดหมาย ทุกคนพร้อมใจกันมุ่งหน้าสู่ Portobello Road ที่ Notting hill ทุกคนเริ่มหาที่จับจองพื้นที่ริมทางเดิน บางคนนั่งบางคนยืนสายตาต่างจับจองมองไปสุดชายถนน รอคอยการมาของขบวนพาเรด รถบรรทุกขนาดใหญ่ บรรทุกลำโพงขนาดใหญ่ตามรถ บนนั้นมีทั้งดีเจที่คอยเปิดแผ่น และทีมงานที่คอยดูความพร้อมของขบวนพาเรด มีธงสารพัดสี ประดับประดา ปลิวไสว เหมือนธงได้ยินเสียงเพลง แล้วเต้นตามไปแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เสียงดีเจสลับกับเสียงเพลงดังสอดคล้องกัน เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนเอาความสุข ความสนุก ออกมาโชวกัน บางโยกตัวตาม บางก็เต้นตาม บางก็ร้องเพลงตาม บางคนก็ยืนดูเฉยๆ แต่ในดวงตากับมีรอยยิ้ม ด้านหน้าขบวนมีคนคอยกันผู้คนไม่ให้เข้าไปขว้างทางรถบรรทุกความสุข ที่กำลังจะแล่นผ่าน ถัดจากรถนำขบวน ก็เป็นขบวนพาเรด ส่วนใหญ่งานนี้มีแต่คนผิวสี ทั้งเด็กและวัยรุ่น ต่างแต่งองค์ทรงเครื่องตามคอนเซปของแต่ละขบวน บางคนเค้าไปเล่นกับคนที่มารอชมข้างทาง ผู้ชมบางคนก็วิ่งเข้าไปถ่ายรูปคู่กับสาวผิวสี ที่วันนี้แต่งตัวซะหลายสี บรรยากาศดูเป็นกันเอง ไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีการเหยียดสี

งานวันนี้ดูคล้ายๆจานสี ที่หลายสีเลอะเปอะเปื้อนไปทั่ว ขบวนค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านไปเสียงลำโพงก็ค่อยๆเบาลง แต่เสียงลำโพงของขบวนใหม่ก็ดังเข้ามาแทรก เหมือนดีเจกำลังมิกซ์เพลงเพื่อไม่ให้อารมณ์ขาดตอน เนื้อหาของดีเจที่พูดฟังแล้วจำใจความไม่ได้ แต่น่าจะแปลเป็นไทยได้ว่า " พวกเรากำลังมีความสุข ใช่ไหม" เสียงผู้ร่วมขบวนและผู้รอชม ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า " ใช่"
เช้าวันหนึ่ง
ผู้คนนับหมื่นมารวมตัวกัน โดยมีการนัดหมายกันไว้ล่วงหน้า ทุกคนพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเดียวกัน ร่วมกันเดินขบวนเพื่อแสดงพลังอะไรบางอย่าง ด้านหน้ามีรถนำขบวน รถที่ใช้เป็นรถบรรทุก เอาไว้บรรทุกพวกบุคคลสำคัญต่างๆ เช่น แกนนำ หรือหัวคะแนน มีธงชาติ และธงสีเหลื่องหรือสีแดง เพื่อบอกความเป็นตัวตนของตัวเองและยังมีลำโพงขนาดใหญ่เพื่อปาวประกาศเจตนารมณ์ ปลุกเร้า และบอกแนวทางการเคลื่อนไหว ด้านหน้ารถ มีชายฉกรรน์จำนวนไม่น้อยเดินเรียงเป็นหน้ากระดานมือคล้องกันคล้ายกับโซ่ตรวนมนุษย์ เหมือนกับล้อมสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต และรักษาไม่ให้ใครหน้าไหนไปแตะต้องหรือทำลาย ชายฉกรรจ์ทุกคนต้องมีผ้าปิดปาก ปิดเพราะไม่ได้กันไข้หวัด2009 แต่กันแสงแฟลชที่มาจากกล้องถ่ายรูปของนักข่าว และอำพรางตัวตนที่แท้จริง ถัดจากรถนำขบวน ก็เป็นจำนวนผู้คนนับหมื่นที่มีความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน สังเกตุได้จากการสวมเสื้อและการชูป้ายที่มีข้อความที่มีความหมายไปในทางเดียวกัน เสียงลำโพงดังพอจับจับความได้ว่า " พวกเราต้องการประชาธิปไตย ??? "
เช้าวันหนึ่ง
ผมได้รับ FW MAIL จากเพื่อนคนหนึ่ง อ่านไปแล้วเกิดคำถามขึ้นมากมายในหัว เนื้อหาในจดหมายมีดังนี้
Nominated by UN as the best Poem of 2006 - Written by an
African Kid
When I born, I black :
When I grow up, I black :
When I go in Sun, I black :
When I scared, I black :
When I sick, I black :
And when I die, I still black :
And you white fellow :
When you born, you pink :
When you grow up, you white :
When you go in sun, you red :
When you cold, you blue :
When you scared, you yellow :
When you sick, you green :
And when you die, you grey :
And you calling me colored?? :
African Kid
When I born, I black :
When I grow up, I black :
When I go in Sun, I black :
When I scared, I black :
When I sick, I black :
And when I die, I still black :
And you white fellow :
When you born, you pink :
When you grow up, you white :
When you go in sun, you red :
When you cold, you blue :
When you scared, you yellow :
When you sick, you green :
And when you die, you grey :
And you calling me colored?? :
เมื่อผมเกิด ผมผิว ดำ
เมื่อผมโต ขึ้น ผมก็ยังผิวดำอยู่
เมื่อผมอยู่ ใต้แสงแดด ผมก็คงยังผิวดำ
เมื่อผมกลัว ผม ก็ผิวดำ
เมื่อผมป่วย ผมก็ ยังผิวดำ
และ เมื่อผมตาย ผมก็ยังคงผิวดำ
และ คุณ...เพื่อนมนุษย์ผิวขาว
เมื่อแรกเกิด คุณมีผิวสีชมพู
เมื่อคุณ โตขึ้น คุณมีผิวสีขาว
เมื่อคุณ อยู่ใต้แสงแดด คุณมีผิวสีแดง
เมื่อคุณหนาว คุณมีผิวสีน้ำเงิน
เมื่อคุณกลัว คุณมีผิวสีเหลือง
เมื่อคุณป่วย คุณมีผิวสีเขียว
เมื่อคุณตาย คุณมีผิวสีเทา
และคุณเรียกผมว่า คนผิวสี ??

ความแตกต่างของชนชั้น ศาสนา ความเชื่อ และแนวความคิด มันทำให้โลกสีน้ำเงินใบนี้มันเลยมีหลายน้ำหนัก ความคิดเห็นแตกต่างในสังคมเป็นเรื่องดี แต่ไม่ควรจะแตกแยก ประเทศไทยที่ได้คำยกย่องจากต่างชาติว่าเป็นสยามเมืองยิ้ม แต่ในตอนนี้หลังรอยยิ้มก็ต้องพบกับคราบน้ำตา ทั่วทั้งแผ่นดินไทยมองไปทั้งไหนก็มีแต่ความขัดแย้ง การยอมรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายตรงข้ามแทบจะไม่เกิดขึ้น ทุกวันนี้คิดอย่างไงก็ได้ให้ฝ่ายเราถูก ข้อเสียของฝ่ายตัวเองก็มองกันไม่เห็น ทุกฝ่ายไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น เอาเรื่องผลประโยชน์มาเป็นลำดับต้นๆ เอามวลชนมาเป็นเงื่อนไขในการต่อรอง คนคนไหนที่คิดไม่ทัน คนคนนั้นก็จะถูกชักนำเข้าสู่ฝ่ายนั้นทันที การป้อนขัอมูลที่ผิดพลาด การเล่นการเมืองแบบเอาประเทศชาติเป็นเดิมพัน ผมฝ่ายนี้ คุณฝ่ายไหน ผมสีนี้ คุณสีไหน
ถึงเวลาแล้วหรือ ? ที่เราควรจะเป็นคนมีสี
ถึงเวลาแล้วหรือ ? ที่คนไทยต้องแบ่งเป็นไทยเหนือ ไทยใต้
แล้วถึงเวลาแล้วหรือ ? ที่ธงชาติไทย จะไม่มีสี ขาว แดง น้ำเงิน
และมันจะมีเช้าวันหนึ่งในแผ่นดินสยามอีกไหม ?


3 comments:
เช้าวันหนึ่ง
เราหยิบเสื้อตัวขึ้นมาสวม
วันนั้นทั้งวันเราเป็นคนมีสี
เสื้อตัวนั้นทำให้เรามีตั้ง 7 สีอยู่ในตัว
เท่ป่ะล่ะ
ปล.เราชอบเอนทรี่นี้นะ ^3^/
คนมีสี
ท่อนท้ายๆ โดนใจมากเลย โยงเรื่องได้ดีนะเนี้ย
แล้วจะมาเรียกเรา คนผิวสี....................................................สุดยอด ชอบบบบบบบ
Post a Comment