Monday, February 9, 2009

มหานคร 2 มิติ

      

       ผ่านไป 3 อาทิตย์ในชีวิตต่างแดน บอกตามตรงไม่รุ้จะเริ่มเรื่องยังไงให้มันดูสวยงามให้สมกับเป็นมหานครลอนดอน ในจิตนาการของใครหลายคน หรือจะเริ่มต้นยังไงให้มันสับสนวุ่นวายเหมือนกับหลายๆมหานครใหญ่ๆทั่วๆไปดี  เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตในแต่ละวันมันปรับเปลี่ยนและปรวนแปรไปตามอากาศ อารมณ์ สภาพแวดล้อม และผู้คน  
 
    ไม่ง่ายเลยที่จะเอาชีวิตที่เคยผูกติดกับอะไรนานๆหลายสิบปี แต่ตอนนี้ต้องเอาชีวิตที่ตัวเองคุ้นเคย จับมาล้างสมองและป้อนข้อมูลใหม่ๆ ป้อนภาษาใหม่ๆ ป้อนวัฒนธรรมใหม่ๆ ป้อนแผนที่ใหม่ๆ ป้อนค่าเงินใหม่ๆ ป้อนเพื่อนใหม่ๆ ป้อนอากาศใหม่ๆ ป้อนอาหารใหม่ๆ ป้อนสถาปัตยกรรมใหม่ๆ ป้อนเสียงใหม่ๆ ป้อนกุญแจใหม่ๆ ป้อนหิมะใหม่ๆ(ใหม่มาก) ป้อนบัตรใหม่ๆ ป้อนรหัสใหม่ๆ ป้อนพฤติกรรมใหม่ ป้อนความประทับใจใหม่ๆ ป้อนความเศร้าใหม่ๆ ป้อนความรักครั้งใหม่(?)                                                                      
                                                  และสุดท้าย  =  ป้อนชีวิตใหม่  

      มันไม่ง่ายเลย .... ย้ำว่ามันไม่ง่ายเลย สำหรับชีวิตใหม่ช่วงหนึ่ง  หลายคนคงเคยไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรือใช้ชีวิตที่ ที่ไม่คุ้นเคยนานๆ คงเข้าใจและรุ้สึกไม่แตกต่างจากเรา หรืออาจหนักหนากว่าเราหลายเท่า     การปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลง มันเป็นสิ่งที่มนุษย์หลายคนหวาดกลัวที่สุด แต่หลายคนก็ค้นคว้ายและหลงใหลไปกับมัน
  
     เมื่อเปลี่ยนแปลงเยอะ ก็ต้องปรับตัวเยอะ วันแรกอากาศหนาวแค่ไหน วันนี้เรายังรุ้สึกหนาวเท่ากันไหม?  เรารู้สึกชินไปกับมันหรือยัง? หลายครั้งที่อยุ่ที่นี้ เกิดคำถามขึ้นมากมาย ตอบตวเองไม่เคยทันซะที หลายครั้งที่ตัวเองถามว่าตัวเรามาทำอะไรที่นี้ ???   

         .....................................................................................................................................

   มีคนเคยบอกและสอนเราว่า หลายครั้งที่ตั้งเป้าหมายอะไรไว้ และระหว่างทางที่เดินไปหามัน  เจอเรื่องให้เผลอ เรื่องสนุกหรือเรื่องเสียใจ จนต้องออกนอกลู่นอกทาง หรือเมื่อเจอทางแยก ที่ต้องให้ตัดสินใจ หลายคนสับสนว่าจะเดินไปทางไหนต่อดี  เพราะเดินทางมาไกลจนไม่เห็นจุดเริ่มต้น  ถึงตอนนั้นให้ย้อนกลับไปถาม คำถามแรกกับตัวเราเองว่า   " คุณกำลังจะไปไหน .... ทำอะไร ? " 

 
      ไม่แปลกใจเลยทำไมคำถามถึงได้เกิดขึ้นตลอดเวลา  เรากำลังสับสน และหลงทาง  อยู่นี้เอง  

   
       เขาหลายลูกที่ทางขึ้นสูงชั่นจนนักปีนเขาหลายคนท้ หลายคนถอย   เขาหลายต่อหลายลูกที่นักปีนเขา เอาธงขึ้นไปปัก ประกาศศักดาเหนืออุปสรรคอื่นใด และชมความงามของธรรมชาติอย่างที่ใครๆก็ไม่เคยเห็น มันคงสวยงามและหน้าหลงใหล  
   
                                                    " เราว่ายิ่งสูง ยิ่งหนาว ? "   

       
          


       เราเพิ่งเคยเห็นหิมะเป็นครั้งแรก อาจจะช้าไปถ้าหิมะมีอายุ   ถ้ามีชีวิต หิมะคงถือไม้เท้ารอทักทายไปเรื่อยๆ รอ ครั้งแรกของเขาและเธอ ที่มาเยี่ยมเยือนด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม 

       หิมะสวยงามตอนเธอกำลังร่ายรำอยู่บนอากาศ และสวยงามมากตอนที่เธอนอนนิ่งโพสท่ารอใครหลายคนมาถ่ายรูปด้วย   
 
       แต่เธอก็มีช่วงเวลาความงามที่สุดช่วงหนึ่ง ไม่แตกต่างอะไรกับสรรพสิ่งบนโลกใบนี้    หลังจากที่เธอเริ่มละลาย ตอนนั้นละ จากขาวกลายเป็นดำ ความงามมาพร้อมกับภาระ  หลายครั้งที่ในโลกเรา มีสองด้าน 


       รุ้งหลากสี    เป็นเหตุการณ์ทางธรรมชาติอีกเหตุการณ์หนึ่ง ที่เป็นของขวัญของธรรมชาติ ที่ไว้ดูยามท้อ และยามสุข   หลังเส้นโค้งสารพัดสี พาดผ่านมุมหนึ่งไปอีีกมุมหนึ่ง    ก็มีช่วงอารมณ์ นึกคลื้มของฟ้าฝน   สวยแต่หนาว  งามแต่เปียก  

                                 ไม่มีสวยงาม แต่ไม่หนาวเปียก ในโลกใบนี้ 
 
 
  



                       

       

     

5 comments:

Anonymous said...

แค่ได้เห็นรุ้งก็ชื่นใจ ^^

.
.
.
,,


ขี้เกียจบอก

Anonymous said...

คิดถึง






- ขี้เกียจบอก -

deeperarch said...

รูปสวยนะคะ เห็นเเล้วยิ้มได้ค่ะ

Anonymous said...

OH my god

Anonymous said...

รูปรุ้งสวยมากๆ เลย

จะเป็นกำลังใจให้นะ

สู้ๆๆ