ผ่านไป 3 อาทิตย์ในชีวิตต่างแดน บอกตามตรงไม่รุ้จะเริ่มเรื่องยังไงให้มันดูสวยงามให้สมกับเป็นมหานครลอนดอน ในจิตนาการของใครหลายคน หรือจะเริ่มต้นยังไงให้มันสับสนวุ่นวายเหมือนกับหลายๆมหานครใหญ่ๆทั่วๆไปดี เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตในแต่ละวันมันปรับเปลี่ยนและปรวนแปรไปตามอากาศ อารมณ์ สภาพแวดล้อม และผู้คน


ไม่ง่ายเลยที่จะเอาชีวิตที่เคยผูกติดกับอะไรนานๆหลายสิบปี แต่ตอนนี้ต้องเอาชีวิตที่ตัวเองคุ้นเคย จับมาล้างสมองและป้อนข้อมูลใหม่ๆ ป้อนภาษาใหม่ๆ ป้อนวัฒนธรรมใหม่ๆ ป้อนแผนที่ใหม่ๆ ป้อนค่าเงินใหม่ๆ ป้อนเพื่อนใหม่ๆ ป้อนอากาศใหม่ๆ ป้อนอาหารใหม่ๆ ป้อนสถาปัตยกรรมใหม่ๆ ป้อนเสียงใหม่ๆ ป้อนกุญแจใหม่ๆ ป้อนหิมะใหม่ๆ(ใหม่มาก) ป้อนบัตรใหม่ๆ ป้อนรหัสใหม่ๆ ป้อนพฤติกรรมใหม่ ป้อนความประทับใจใหม่ๆ ป้อนความเศร้าใหม่ๆ ป้อนความรักครั้งใหม่(?)
และสุดท้าย = ป้อนชีวิตใหม่
มันไม่ง่ายเลย .... ย้ำว่ามันไม่ง่ายเลย สำหรับชีวิตใหม่ช่วงหนึ่ง หลายคนคงเคยไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรือใช้ชีวิตที่ ที่ไม่คุ้นเคยนานๆ คงเข้าใจและรุ้สึกไม่แตกต่างจากเรา หรืออาจหนักหนากว่าเราหลายเท่า การปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลง มันเป็นสิ่งที่มนุษย์หลายคนหวาดกลัวที่สุด แต่หลายคนก็ค้นคว้ายและหลงใหลไปกับมัน
เมื่อเปลี่ยนแปลงเยอะ ก็ต้องปรับตัวเยอะ วันแรกอากาศหนาวแค่ไหน วันนี้เรายังรุ้สึกหนาวเท่ากันไหม? เรารู้สึกชินไปกับมันหรือยัง? หลายครั้งที่อยุ่ที่นี้ เกิดคำถามขึ้นมากมาย ตอบตวเองไม่เคยทันซะที หลายครั้งที่ตัวเองถามว่าตัวเรามาทำอะไรที่นี้ ???
.....................................................................................................................................
มีคนเคยบอกและสอนเราว่า หลายครั้งที่ตั้งเป้าหมายอะไรไว้ และระหว่างทางที่เดินไปหามัน เจอเรื่องให้เผลอ เรื่องสนุกหรือเรื่องเสียใจ จนต้องออกนอกลู่นอกทาง หรือเมื่อเจอทางแยก ที่ต้องให้ตัดสินใจ หลายคนสับสนว่าจะเดินไปทางไหนต่อดี เพราะเดินทางมาไกลจนไม่เห็นจุดเริ่มต้น ถึงตอนนั้นให้ย้อนกลับไปถาม คำถามแรกกับตัวเราเองว่า " คุณกำลังจะไปไหน .... ทำอะไร ? "
ไม่แปลกใจเลยทำไมคำถามถึงได้เกิดขึ้นตลอดเวลา เรากำลังสับสน และหลงทาง อยู่นี้เอง
เขาหลายลูกที่ทางขึ้นสูงชั่นจนนักปีนเขาหลายคนท้อ หลายคนถอย เขาหลายต่อหลายลูกที่นักปีนเขา เอาธงขึ้นไปปัก ประกาศศักดาเหนืออุปสรรคอื่นใด และชมความงามของธรรมชาติอย่างที่ใครๆก็ไม่เคยเห็น มันคงสวยงามและหน้าหลงใหล
" เราว่ายิ่งสูง ยิ่งหนาว ? "
เราเพิ่งเคยเห็นหิมะเป็นครั้งแรก อาจจะช้าไปถ้าหิมะมีอายุ ถ้ามีชีวิต หิมะคงถือไม้เท้ารอทักทายไปเรื่อยๆ รอ ครั้งแรกของเขาและเธอ ที่มาเยี่ยมเยือนด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
หิมะสวยงามตอนเธอกำลังร่ายรำอยู่บนอากาศ และสวยงามมากตอนที่เธอนอนนิ่งโพสท่ารอใครหลายคนมาถ่ายรูปด้วย
แต่เธอก็มีช่วงเวลาความงามที่สุดช่วงหนึ่ง ไม่แตกต่างอะไรกับสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ หลังจากที่เธอเริ่มละลาย ตอนนั้นละ จากขาวกลายเป็นดำ ความงามมาพร้อมกับภาระ หลายครั้งที่ในโลกเรา มีสองด้าน
รุ้งหลากสี เป็นเหตุการณ์ทางธรรมชาติอีกเหตุการณ์หนึ่ง ที่เป็นของขวัญของธรรมชาติ ที่ไว้ดูยามท้อ และยามสุข หลังเส้นโค้งสารพัดสี พาดผ่านมุมหนึ่งไปอีีกมุมหนึ่ง ก็มีช่วงอารมณ์ นึกคลื้มของฟ้าฝน สวยแต่หนาว งามแต่เปียก
ไม่มีสวยงาม แต่ไม่หนาวเปียก ในโลกใบนี้
5 comments:
แค่ได้เห็นรุ้งก็ชื่นใจ ^^
.
.
.
,,
ขี้เกียจบอก
คิดถึง
- ขี้เกียจบอก -
รูปสวยนะคะ เห็นเเล้วยิ้มได้ค่ะ
OH my god
รูปรุ้งสวยมากๆ เลย
จะเป็นกำลังใจให้นะ
สู้ๆๆ
Post a Comment