"อากาศเย็น หาไรกินร้อนๆ ให้มันอุ่นท้องดีกว่า" เราคิดระหว่างเดินทอดน่อง(ให้ร้อน) บนอำเภอเล็กๆ ที่ใครๆ ก็รู้จัก คือ "อำเภอปาย" ถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนต่างที่ต่างทาง เดินหาและเสพความสุขช่วงวันหยุดกันอย่างเนืองแน่น บัวลอยใส่ไข่ หอมกลิ่นใบเตย น่าจะเข้ากับบรรยากาศไทยๆอย่างนี้ คนรอคิวยาวแต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะหักลบกับความหอมของกลิ่นกะทิใบเตยแล้วคุ้ม
"ใส่ไข่หรือป่าวค่ะ " เราพยักหน้าแทนเสียง ระหว่างรอท้องร้องขอความเห็นใจ หม้อทองเหลืองร้อนๆ กับควันที่ลอยมาปะทะหน้า ท้องและเราชักจะทนรอชิมรสชาติแทบไม่ไหว แม่ค้าตักไข่แดงบวมๆพร้อมกับติดไข่ขาวมาพอเป็นพิธี และราดน้ำกะทิร้อน ใบเตยหอมเป็นอันจบการรอแบบทรมาน
และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!!! มีมือมารมาจากไหนไม่รู้ (แต่ก็รู้ว่ามันยืนอยู่ข้างๆ) มารับตัดหน้าเราไปแบบไร้ยาง (หน้าไม่) อาย เราหันมองตามไข่และกะทิไปแบบระยะประชิด จนมันโดนกลืนลงไปกระเพาะ
" ไข่กู " เราคิดในใจดังๆอยากให้ผัวเมียนรกมันได้ยิน และแล้วมันยังไม่หยุดความนรกลงแค่นั้น มันสั่งต่อให้เมียมันไปแบบติดๆอีก 1 ถ้วยโฟม เราคิดในใจว่าดีนะที่มันไม่สั่งไปเพื่อ พ่อ(ง) แม่ (ง)ที่บ้านอีก
สถานการณ์แบบแย่งกันกินแย่งกันใช้ไม่น่าเกิดขึ้นที่ "ปาย" ความคิดเริ่มบรรยาย ช่วงระหว่างรอไข่สุก เราหยิบดินสอในสมองออกมาระบายไว้ในกำมือไว้เพื่อจะมาเขียนในบล๊อค เราคิดว่าจะใช้ขื่อเรื่องว่า " ความเจริญกึ่งสำเร็จรูป" ละกัน น่าจะเข้ากับบรรยากาศเย็น แต่ที่ตาเริ่มชักจะร้อน
" ความเจริญกึ่งสำเร็จรูป " ไม่สุขและไม่ดิบ กลางๆ เพราะมันกึ่งๆ การได้ไปเห็นและได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงจนทำให้เกิดคำว่า เปลี่ยนไป ในทางดีหรือไม่ดี แล้วแต่คนชอบ แต่โดยส่วนตัว รู้สึกว่าไม่ดี, เสียดาย มันเป็นผลที่ตาถ่ายทอดมาถึงจิตใจ ความรู้สึกที่กำลังพูดถึงคือ สถานที่ ที่เคยมีเสน่ห์ น่าจดจำ น่าค้นหา และน่าอยู่อาศัย
" ปาย " ชื่อนี้มันน่าหลงไหล?
สถานที่นี้การันตีถึงอะไรบ้าง?
ไกลต้องนั่งเกือบพันโค้ง ใช้เวลา 3-4 ชม.(เขา) กว่าจะถึง(ตอนนี้มีเครื่องไปลงแล้ว)
ความเก๋ไก๋ ถ้าได้ไปเดินทอดน่องแล้วถ่ายรูปคู่กับร้านมิตรไทยมาอวดเพื่อน คงเท่ห์น่าดู
สถานที่ที่ ฝรั่งฮิต มันไปกัน แสดงว่ามันต้องดี (สถานที่ของบ้านเราแท้ๆ กับไม่รู้ว่ามันดี)
อากาศเย็น บรรยากาศดี น่าที่จะมีความรักที่ ป (ล) า ย ทุ่ง (ทุ่งจิงๆที่มีควายไถ่นา หาดูได้ตามต่างจังหวัดทั่วไป)
ของที่ระลึกจากร้านมิตรไทย (ร้านที่อยู่ในยุคบุกเบิกผลิตความเก๋ไก๋ให้กับปาย มีเสน่ห์จนถึงทุกวันนี้)
ส้มตำร้านอร่อย เป็นที่กล่าวขวัญไปทั้งอำเภอ เพราะมันตั้งอยู่หน้าอำเภอ ชือร้าน "สัมตำหน้าอำเภอ"
และ ...........................................................
...........................................................
อีกมากมาย
เหตุผลต่างๆนานา ที่กล่าวถึงและเป็นนิยามของคำสั้นๆ ว่า "ปาย" เขียนในนี้คงไม่หมด มันเป็นเหตุผลที่คนอย่างเรา เรา และ เรา ตัดสินใจเดินทางไปหามัน
การเดินทางไป "ปาย" ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้ว แต่ละครั้งที่ไป ความสุข ความสนุก ความสวย ในแต่ละครั้งก็จะไม่เหมือนกัน แต่ ครั้งล่าสุด จำนวนคนที่ไปอยู่ที่อำเภอเล็กๆ ในหุบเขา เยอะกว่าทุกครั้ง นั้นไม่ได้หมายความว่า จำนวนโค้งมันจะเยอะขึ้น หรือว่า ฝรั่งมันจะฮิตมากขึ้น หรือว่า อากาศมันจะเย็นลงมากขึ้นหรือ ร้านมิตรไทยจะใหญ่โตเปิดเป็น 2 ชั้นมีสาขาที่เชียงใหม่ แต่กลับว่า สถานที่และความเป็นธรรมชาติต่างยังอยู่ที่เดิม แต่ความเจริญเดินทางไปหามันมากขึ้นต่างหาก
การเดินทางมาที่นี้ ในแต่ละครั้งและในแต่ละปี เห็นความแตก และต่าง อย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ครั้งแรกที่เราเดินทางไปถึง คือปีที่มี สึนามิ เกิดขึ้นที่ทางภาคใต๊ ซึ่งก็ตรงกับในช่วงปีใหม่ เราเดินทางบนรถหวานเย็นในสมัยนั้น(ซึ่งก็ไม่นานนัก) ก็จะเจอนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเยอะมากและคนชนเผ่า ต่างๆลงมาชื้อของใช้ในเมืองและจะขนกลับไปใช้บนดอย
ครั้งแรกที่สัมผัส "ปาย" เรารู้สึก หลงเสน่ห์เมืองในหุบเขา ในสมัยนั้น นักท่องเที่ยวคนไทยยังมีไม่มากนัก ร้านค้า ความเป็นธรรมชาติของผู้คน ยิ้มแย้มและเป็นกันเอง ซึ่งแตกต่างกับครั้งล่าสุดมากๆ
เว้นช่วงก่อนไปครั้งสุดท้าย 2 ปี เห็นผล ความเจริญวิ่งผ่านโค้งมาเกือบพันโค้ง เดินทางมาถึงเช่นกัน ร้านค้าที่เป็นบ้านไม้ ตอนนี้กลายเป็นธนาคารขนาดใหญ่เป็น คอนกรีตเสริมเหล็กปักแน่นแสดงตัวตนชัดเจน หลายต่อหลายสถานที่มองไปแปลกตา แปลกใจ เหมือนไม่ใช่ปายเมื่อหลายปีก่อน จำนวนคนที่ไปเที่ยวเยอะขึ้นจนบดบัง ความเป็นปาย จำนวนชาวต่างชาติ น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด (ในช่วงที่ไป 8-9-10 ธค.50) ไม่แปลกใจที่ความเป็นปายได้รับความเอ็นดูจากคนไทยมากขึ้น กับกันชาวต่างชาติเอ็นดูปายน้อยลง มันทำให้อดคิดถึง ....คำพูดบางคำพูดระหว่างโค้งในตอนนั้น
บทสนทนาบางประโยคที่จำแม่น หลังจากได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ(แบบ งู งู และ ปลา ปลา)บนรถหวานเย็นในครั้งแรกที่เดินทางมา 2หนุ่มตาน้ำข้าว มาจากปารีส เมืองแห่งศูนย์รวมแฟชั่นชั้นนำของโลก ชื่อของทั้งสองหนุ่มไมสามารถเขียนเป็นคำไทยให้อ่านได้ถนัดตานัก เค้าบอกนิยามความเป็นปาย ออกมาได้น่าเพราะและ น่าฟังเลยทีเดียว " ปายเป็นเมืองสวย ,สงบเงียบ ไม่เหมือน กรุงเทพ วุ่นวาย " ผมพยักหน้ารับความเห็นทั้งๆที่ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าสวยหรือไม่สวย มีอีกหลายประโยคที่ชื่นชอบอำเภอเล็กๆแห่งนี้ ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่ามันโด่งดังไปไกลถึงอีกฝากฝั่งโลกแล้วเหรอ หนังสือนำเที่ยวหลายต่อหลายเล่มที่ 2 หนุ่มหยิบขึ้นมาอ้างอิงถึงความโด่งดังของอำเภอบ้านนอกแห่งนี้ ดูจากภายนอกของหนังสืออยู่ในสถาพเปิดใช้งานบ่อยมองไม่เห็นตัวหนังสือ แต่เรากับมองเห็นถึงความสนใจ และรักในเมืองไทย
"ปาย" ในสายตาน้ำข้าวคือ เมืองไทยในสมัยอดีต ก่อนยุครัตนโกสินทร์ถือกำเนิด มีธรรมาชาติที่สมบูรณ์ มีทุ่งนา ทุ่งข้าว อากาศเย็นสบาย แต่ปัจจุบันนี้ มันสงบเงียบอย่างที่เคยเป็นมาไหม? ต่อไปหรือว่ามันจะวุ่นวายคล้ายกรุงเทพ ?
" ใส่ไข่หรือป่าวค่ะ" เสียงแม่ค้ามาตัดบทนักเขียน เรารีบเก็บดินสอเข้าสมอง คราวนี้คงถึงคิวของเราจิงๆซะที จะได้ลิ้มรสชาติบ้วลอยใสไข่ร้อนๆริมถนนปาย ซะที เราตอบแบบเสียงดัง "ใส่คับ" ดังพอที่จะไม่ให้มารทั้งหลายยืนมือขึ้นมารับอีก
รสชาติสมการรอคอย กะทิเข้าถึงเนื้อใน ความร้อนพอให้กระเพาะมีผ้าห่มอุ่นๆมาห่มในขณะที่อากาศข้างนอกเริ่มหนาว ระหว่างเดินกลับที่พัก บัวลอยยังไม่ทันจะหมดจากถ้วยโฟม เราก็เห็นถ้วยโฟมชนิดเดียวกันล่วงหล่นตรงหน้า มันไม่ใช่ที่ ที่ควรทิ้งแน่ๆ เรามองตามที่มาของของ เป็นมือมารมือเดิม ที่อีกมือกลุ่มมืออีกมารไว้ เราไม่ทันได้มองหน้า แต่เราทันที่ได้มองหลัง
เราจำได้ว่า ผู้ชายใส่เสื้อขาวข้างหลังมีตัวอักษรเขียนไว้ว่า " LOVE" ส่วนผู้หญิงใส่เสื้อขาว(ขาวเดียวกัน) ข้างหลังเสื้อมีตัวอักษรที่เขียนว่า " PAI "
ป(ล)าย ปีนี้มีแต่สิ่งสวยงามจิงๆ
5 comments:
ความเจริญแบบสำเร็จรูปคงเข้าไปเยือน ปาย
ในอีกไม่ช้านี้ แต่เราว่าตราบใดที่คนยังโหยหา
ธรรมชาติอยู่ ไม่ว่า ปาย จะเจริญไปแค่ไหน
ความน่ารักแบบ ปาย ไม่น่าจะหายไป จริงป่าวหว่า
ปล.บัวลอยที่ปายอร่อยเหาะ ป่ะอ่ะ 555
--- ขี้เกียจบอก ----
เสียใจอย่างสุดซึ้ง .. ส้มตำหน้าอำเภอ ไม่ได้กิน
คิดถึง
ขี้เกียจบอก
โอ้วววววว อ่าน แล้ว หิวเลย คริคริ แล้ว จะมา คอมเม้นท์ ต่อนะท่าน เยี่ยมๆๆๆๆๆ
ฮ้าวววววว .. หยากไย่ขึ้นเต็มเลยบล็อคนี้
Post a Comment